ปัจจุบันหากเราอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง คงหนีไม่พ้นต้องใช้บริการสินเชื่อบ้านกับธนาคาร ซึ่งก็ต้องเป็นหนี้กันยาวนานนับสิบปี หลายคนคงอยากปลดหนี้ให้ไว เพื่อจะได้มีอิสระทางการเงิน ดังนั้น วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจสินเชื่อบ้าน รวมถึงวิธีปลดหนี้ให้ไวขึ้นกันครับ
Table of Contents
อัตราดอกเบี้ย

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยกันก่อน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจะเป็นแบบ ลดต้น ลดดอก หมายถึง ในทุกๆ เดือนที่เราผ่อนชำระหนี้ เงินส่วนหนึ่งจะนำไปชำระดอกเบี้ยก่อน ส่วนที่เหลือจึงนำไปชำระเงินต้น
สำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆ ส่วนใหญ่จะใช้อัตราดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว อยู่ระหว่าง 6.795% – 7.830% แตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคาร โดยในช่วง 3 ปีแรกมักจะมีอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่น (ช่วงดอกเบี้ยต่ำ)
ค่างวด

ต่อมาเรามาทำความเข้าใจกับค่างวด หรือเงินที่เราต้องจ่ายคืนธนาคารในทุกๆ เดือนนั่นเอง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่างวด ได้แก่
- เงินต้น : อันนี้ยิ่งเยอะก็จะทำให้ค่างวดสูงขึ้น
- อัตราดอกเบี้ย : ยิ่งสูง ค่างวดก็สูงตาม
- ระยะเวลาผ่อนชำระ : ยิ่งผ่อนนาน ค่างวดก็ยิ่งน้อยลง (แต่จะทำให้เราเสียดอกเบี้ยมากขึ้น) ซึ่งตรงนี้ต้องดูให้เหมาะสมกับสภาพคล่องของเรา ให้ผ่อนชำระแล้วไม่ตึงจนเกินไป
วิธีการผ่อนหนี้บ้านให้หมดไว

เนื่องจากสินเชื่อบ้านเป็นแบบลดต้น ลดดอก ดังนั้น หลักการก็คือ ยิ่งจ่ายเยอะ ก็ยิ่งหมดเร็ว ง่ายๆ แค่นี้ จบ !!!! ยั้ง 5555 ผมขอแบ่งเป็น 2 แบบง่ายๆ คือ
- จ่ายเกินค่างวด แบบสม่ำเสมอ
…..วิธีนี้ให้เราผ่อนชำระเพิ่มจากค่างวด แบบเท่ากันทุกๆ เดือน เช่น กรณีค่างวด 20,282 บาท ก็ให้เราจ่ายเพิ่มอีกเดือนละ 500 บาท เป็น 20,782 บาท/เดือน เป็นต้น
ตัวอย่าง จ่ายเกินค่างวด แบบเท่ากันทุกเดือน
| วงเงินกู้ | 3,000,000 | บาท |
| อัตราดอกเบี้ย (คงที่) | 5.29% | |
| ระยะเวลาผ่อนชำระ | 20 | ปี |
| ค่างวด (ต่อเดือน) | 20,282 | บาท |
| ผ่อนแบบปกติ . . | ผ่อนแบบจ่ายเพิ่ม 500 บาท/เดือน (20,782) | ผ่อนแบบจ่ายเพิ่ม 3,000 บาท/เดือน (23,282) | |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลาผ่อนจริง (ปี) | 20 | 19 | 16 |
| ดอกเบี้ยรวม (บาท) | 1,816,759.61 | 1,732,202.70 | 1,408,733.05 |
จะเห็นว่า แค่เราผ่อนชำระหนี้เพิ่มแค่ เดือนละ 500 บาท ทำให้ปลดหนี้ได้เร็วขึ้นตั้ง 1 ปี แถมเสียดอกเบี้ยน้อลง 84,556.91 บาท (ซื้อ iphone ได้ 2 เครื่องเลยนะ 😁😁😁😁)
แต่ถ้าเราผ่อนชำระหนี้เพิ่ม เดือนละ 3,000 บาท จะทำให้ปลดหนี้ได้เร็วขึ้นถึง 4 ปี และประหยัดดอกเบี้ยไปได้ 408,026.56 บาท (อันนี้ออก eco car ได้เลยนา 😎😎😎😎)
- โปะเมื่อมีเงินก้อน
…..วิธีนี้ให้เราผ่อนชำระเพิ่ม เมื่อมีรายได้พิเศษเข้ามา เช่น เงินโบนัส ค่าคอมมิสชั่น เป็นต้น
ตัวอย่าง โปะหนี้ ปีละครั้ง
| วงเงินกู้ | 3,000,000 | บาท |
| อัตราดอกเบี้ย (คงที่) | 5.29% | |
| ระยะเวลาผ่อนชำระ | 20 | ปี |
| ค่างวด (ต่อเดือน) | 20,282 | บาท |
| ผ่อนแบบปกติ . | ผ่อนแบบโปะ 6,000 บาท/ปี | ผ่อนแบบโปะ 36,000 บาท/ปี | |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลาผ่อนจริง (ปี) | 20 | 19 | 16 |
| ดอกเบี้ยรวม (บาท) | 1,816,759.61 | 1,736,803.89 | 1,429,753.37 |
เมื่อแบ่งเงินจากโบนัส มาชำระหนี้เพิ่ม ปีละ 6,000 บาท จะทำให้ปลดหนี้ได้เร็วขึ้น 1 ปี และเสียดอกเบี้ยน้อลง 79,955.72 บาท
แต่ถ้าเราโปะค่างวดเพิ่ม ปีละ 36,000 บาท จะทำให้ปลดหนี้ได้เร็วขึ้นถึง 4 ปี และประหยัดดอกเบี้ยไปได้ 387,006.24 บาท
สำหรับใครที่อยากลองคำนวณเอง สามารถไปดาวน์โหลดไฟล์ excel ได้ที่ด้านล่างนี้
ข้อสังเกตุ

หากลองสังเกตุ วิธีการทั้ง 2 แบบ จะเห็นว่าการ จ่ายเกินค่างวด แบบสม่ำเสมอ นั้นจะสามารถประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าการ โปะเมื่อมีเงินก้อน เนื่องจาก ระหว่างทางที่เราผ่อนชำระนั้น จะมีการทยอยตัดเงินต้นที่มากกว่า ทำให้เสียดอกเบี้ยน้อยลงนั้นเอง
แต่เราสามารถใช้ทั้ง 2 วิธีควบคู่กันไปได้ ก็จะยิ่งทำให้เราปลดหนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่สามารถช่วยให้เราผ่อนหนี้บ้านได้ไวขึ้นอีก เช่น
โปะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ (ช่วง 3 ปีแรก ที่ธนาคารมักจะมีโปรโมชันดอกเบี้ยต่ำ)
รีไฟแนนซ์ ทุกๆ 3 ปี เป็นการยื่นขอสินเชื่อบ้านกับธนาคารแห่งใหม่ ซึ่งจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง และยอดผ่อนลดลงด้วย แต่อันนี้ผมไม่ได้ทำ เพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก
การขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม หากเราผ่อนชำระสม่ำเสมอและตรงเวลา ก็สามารถขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารได้ การที่ธนาคารยอมลดดอกเบี้ยให้เรา ก็เพื่อเป็นการป้องกันเราย้ายไปขอสินเชื่อกับธนาคารอื่น ซึ่งวิธีนี้สะดวกดี ไม่ต้องไปเดินเรื่องขอสินเชื่อใหม่


Leave a comment