เทคนิคการเรียนอย่างเทพ จากคอร์ส Learning How to Learn

หลายคนอาจคิดว่าการเรียนเป็นเรื่องที่ยาก โดยเฉพาะกับเรื่องที่เราไม่ถนัด เช่น การเรียนภาษารัสเซีย ที่ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ทำไมบางคน ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย

จนผมได้มาเรียนคอร์ส Learning How to Learn ของ Dr.Barbara Oakley และ
Dr. Terrence Sejnowski มุมมองของผมต่อการเรียนก็เปลี่ยนไป (รักเรียนเลย)

Table of Contents

  1. How Your Brain Work
  2. Focused vs. Diffuse
  3. Procrastination
  4. Memory
  5. How to Become a Better Learner

How Your Brain Work

How Your Brain Work
ที่มา: Learning How to Learn

สมองของเรานี้มีน้ำหนักประมาณ 1.36 กิโลกรัม แต่มันใช้ พลังงานมากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เป็นอวัยวะที่โคตรซับซ้อน ซึ่งการทำงานส่วนใหญ่ของสมองเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

โดยสมองของเรามีการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท (synapse) เป็นพันล้านๆ เซลล์ สมัยก่อน เราเคยเชื่อกันว่า เราสามารถพัฒนาเซลล์ประสาทด้วยการเรียนรู้ แต่เราไม่สามารถปลี่ยนแปลงรูปแบบการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทได้

แต่ในปัจจุบันพบว่า “การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้” เซลล์ประสาทจะถูกสร้างขึ้นใหม่และหายไปอยู่ตลอด

Synapse
รูปแสดงการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ประสาท ภายใน 24 ชั่วโมง
ที่มา: Learning How to Learn

นั่นแปลว่า เมื่อเรานอนหลับและตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เราจะกลายเป็นคนใหม่ เพราะสมองเราได้อัพเกรดไปแล้ว โคตรเจ๋ง !!!!

Focused vs. Diffuse

Focused vs Diffuse
ที่มา: Learning How to Learn

นักวิจัยค้นพบว่า ปกติคนเรามีกระบวนการคิดอยู่ 2 โหมด

  • Focused Mode เป็นการคิดที่เราคุ้นเคยกันดี คือการมีสมาธิจดจ่อไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ การอ่านหนังสือ หรือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิสูง
  • Diffuse Mode เป็นโหมดการคิดที่เกิดขึ้นเมื่อเราผ่อนคลาย หรือปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามความคิดต่าง ๆ โหมดนี้ช่วยให้เราเชื่อมโยงความคิดที่ดูไม่เกี่ยวข้องกัน ทำให้เกิด
    ไอเดียใหม่ๆ หรือมองปัญหาจากมุมที่แตกต่างออกไป เช่น ออกไปเดินเล่น วิ่ง แล้วทำให้ความคิดแล่น เป็นต้น

เราไม่สามารถใช้สองโหมดพร้อมกันได้ การสลับไปมาและใช้ทั้งสองโหมดอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เราเรียนรู้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Procrastination

Procrastination

ศัตรูของการเรียนรู้ที่สำคัญก็คือ Procrastination หรือ โรคผลัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งอาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรง การนั่งเล่น social media ไปเรื่อยๆ อาจไม่ส่งผลกระทบในทันที แต่เมื่อทำบ่อยครั้งจะส่งผลเสียต่อผลการเรียน การทำงาน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

อาจทำให้เราต้องมาเร่งทำงานในนาทีสุดท้าย และความเครียดที่เกิดจากการผัดวันประกันพรุ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพกายและใจ รวมถึงอาจเกิดเป็นความเคยชิน

เทคนิคในการเอาชนะ Procrastination

  1. วางแผนล่วงหน้า เขียนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้า เพื่อให้สมองได้เตรียมพร้อม และให้รางวัลตัวเองเมื่อทำภารกิจสำเร็จ
  1. จัดการสภาพแวดล้อม เลือกสถานที่ที่เงียบสงบและเอื้อต่อการเรียนรู้ และลดปัจจัยที่อาจรบกวน เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือโซเชียลมีเดีย เป็นต้น
  1. สร้างวินัย ทำสิ่งที่ไม่ชอบก่อน เพื่อเอาชนะความขี้เกียจ เชื่อมั่นในระบบที่วางไว้และทำอย่างสม่ำเสมอ

Memory

Memory

อาจารย์บาบาร่า อธิบายว่าความจำเราแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • Long Term Memory เปรียบเสมือนโกดังเก็บของ เราต้องฝึกและทบทวน เพื่อที่จะเก็บข้อมูลเข้ามาไว้ที่ความจำระยะยาว แต่เราไม่ควรจะฝึกหนักภายในวันเดียว แบบไม่พัก
    เหมือนการซ้อมวิ่ง 100 โล ในวันเดียว (จะเจ็บเอา) ย่อมไม่ดีเท่า ซ้อมวันละ 10 โล 100 วัน ให้เน้นที่ความสม่ำเสมอและมีวินัย

  • Working Memory เปรียบเสมือนกระดานดำที่ลบง่าย ควรแบ่งข้อมูลออกเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้จำได้ง่ายขึ้น

เทคนิคที่จะช่วยให้เราจำได้ดีขึ้น ก็คือการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อสร้างความเข้าใจ การจำเป็นภาพ และหมั่นทบทวนเป็นประจำ จะช่วยให้จำได้ดีขึ้น

How to Become a Better Learner

How to Become a Better Learner

จากที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมอง ทำให้เราเข้าใจกลไกต่างๆ และสามารถนำมาพัฒนาวิธีการเรียนรู้ของเราได้ และนี่คือ 2 ข้อง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้ได้ดีขึ้น

  1. การออกกำลังกาย สมองของเรามีเซลล์ประสาทเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน เซลล์ประสาทใหม่เหล่านี้ ช่วยให้คุณเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่มันจะตายหากคุณไม่ได้ใช้มัน สิ่งที่น่าสนใจคือ การออกกำลังกายช่วยให้เซลล์ประสาทใหม่ๆมีชีวิตต่อ และนับได้ว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยให้คุณเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น มากกว่ายาใดๆ ที่มีอยู่ในตลาด
  1. การฝึกฝน สามารถช่วยซ่อมแซมและฝึกสมองได้เป็นอย่างดี

อ่านจบไฟลุก ลงเรียนได้เลยที่ Coursera : Learning How to Learn

ถ้าชอบฝากกดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันต่อด้วยนะค้าบบบบ

Leave a comment