สำหรับนักลงทุนชั้นเซียน นั้นมักมีเทคนิคในการลงทุนที่ซับซ้อน เข้าใจยาก หลายคนที่ไม่ได้จบสายการเงินจึงมองเรื่องการลงทุนเป็นเรื่องที่ยากจะประสบความสำเร็จ
แต่สำหรับคนทั่วไปนั้นการลงทุนแบบ DCA อาจเป็นหนึ่งในหนทางที่จะพาเราไปสู่เป้าหมายแล้ว DCA คืออะไร วันนี้เรามาลองศึกษากัน
DCA คืออะไร

DCA (Dollar-Cost Averaging) คือการลงทุนแบบสม่ำเสมอ ด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กัน ในสินทรัพย์ที่เราเลือก โดยไม่สนใจราคา ณ วันที่ซื้อ ส่วนมากจะนิยมลงทุนแบบรายเดือน
หัวใจก็คือ การเฉลี่ยต้นทุน เพราะ การทยอยลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างเป็นระบบ ทำให้เรามีต้นทุนถัวเฉลี่ยที่ค่อนข้างต่ำ โดยไม่ต้องคอยจับจังหวะตลาด
ข้อดี

- สร้างวินัยการลงทุน เพราะจะทำให้เรามีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
- ลดความเสี่ยงในการจับจังหวะตลาด เนื่องจากการจับจังหวะตลาดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ซึ่งหากขาดความรู้ความเข้าใจก็อาจทำให้การลงทุนของเราเกิดความเสียหายได้
- ใช้เงินลงทุนไม่มาก เริ่มต้นได้ด้วยจำนวนเงินน้อยๆ
ข้อเสีย

- อาจเสียเวลาเปล่า หากเลือกสินทรัพย์ผิด เช่น หากเราเลือกสินทรัพย์ที่ไม่ดี และมูลค่ามีแนวโน้มลดลงในระยะยาว ก็จะทำให้ได้ผลตอบแทนต่ำหรืออาจขาดทุนได้
- ได้กำไรน้อยลง หากเป็นตลาดขาขึ้น การที่เราทยอยซื้อในภาวะตลาดขาขึ้นทำให้เรามีต้นทุนเฉลี่ยที่สูงขึ้นไปด้วย ซึ่งก็จะทำให้เรามีผลตอบแทนที่ลดลง
- ไม่เหมาะกับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน
ตัวอย่างการทำ DCA
นอกจากเรื่องของวินัยในการลงทุนแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญมากๆ คือ การเลือกสินทรัพย์ที่เราลงทุน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับผลลัพธ์ของการทำ DCA
ผมขอยกตัวอย่างการ DCA ใน S&P500 เดือนละ 100$ เป็นเวลา 10 ปี (2014-2024)
เงินลงทุนรวม $13,200
รวมเงินลงทุนและผลตอบแทน $27,452.59
ผลตอบแทน (ต่อปี) 12.68%

จะเห็นได้ว่า การลงทุนแบบ DCA ในดัชนี S&P500 ในช่วงระยะเวลา 10 ปี นั้นให้ผลตอบแทนสูงถึง 12.68% ต่อปี สิ่งที่สำคัญก็คือ การมีวินัยและเลือกสินทรัพย์ให้ถูกต้อง


Leave a comment